2551-09-25

THINK OUTSIDE THE BOX

(sources: forwarded mail)

You are driving along in your car on a wild, stormy night, it's raining heavily, when suddenly you pass by a bus stop, and you see three people waiting for a bus: An old lady who looks as if she is about to die. An old friend who once saved your life. The perfect partner you have been dreaming about.

Which one would you choose to offer a ride to, knowing very well that there could only be one passenger in your car?

This is a dilemma that was once used as part of a job application.
You could pick up the old lady, because she is going to die, and thus youshould save her first; or you could take the old friend because he once saved your life, and this would be the perfect chance to ! pay him back. However, you may never be able to find your perfect mate again.

The candidate who was hired had no trouble coming up with his answer.
Guess what was his answer?


He simply answered:"
I would give the car keys to my old friend and let him take the lady to the hospital. I would stay behind and wait for the bus with the partner of my dreams."


Sometimes, we gain more if we are able to give up our stubborn thought limitations. Never forget to "Think Outside the Box."
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-09-23

Good cop/Bad cop

เคยได้ยินเรื่องตำรวจดีตำรวจเลวไหมคะ
ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการสืบสวนสอบสวนสักเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ CSI: New York ก็เลยจะได้ยินบ่อยๆ เวลาตำรวจต้องพยายามเค้นเอาความจริงจากผู้ต้องสงสัย เค้าก็มักจะมอบหมายให้ตำรวจสองคนมาสอบปากคำ คนแรกก็จะมาแนวซอฟท์อะคูสติก เกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมคายสิ่งที่เก็บซ่อนไว้ หากไม่ได้ผล เค้าก็จะเดินออกไป แล้วสักพัก ตำรวจอีกนายก็จะมาแนวฮาร์ดคอร์ ระเบิดโทสะ เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยตกอยู่ในความกลัวแล้วยอมสารภาพ

ด้วยความที่ดูซีรี่ส์จนอินเข้าไปในเส้นเลือด..
ดิฉันก็เลยพยายามปรับมาใช้ในห้องเรียน

ผลหรือคะ

คอมเมนท์กระจาย

ด้วยความที่ภาพพจน์เป็นคนจิตใจอ่อนโยน ไม่เคยโกรธใคร อารมณ์เย็น รักเด็ก และเหมือนไม่มีพิษสงอยู่ในตัว (ไม่ทราบว่าบุคลิกนี้ได้มาเมื่อไหร่) แต่ด้วยความมุ่งหวังที่จะใช้เทคนิคจิตวิทยา อาศัยสถานการณ์ตึงเครียด เพื่อให้เด็กรู้สึกกดดันและพยายามขวนขวายใฝ่รู้

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

ก็ไม่ถึงขนาดไปทำลายคุณค่าของนักศึกษา แต่ทำให้พวกเค้าคิดว่าเราเป็น อาร์ทตัวแม่ (ขอบคุณคุณโน้ตอุดมที่บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาในเดี่ยว 7) บ้างก็ว่าอาจารย์อารมณ์แปรปรวน (หารู้ไม่ว่าดิฉันต้องบิวท์อารมณ์ และกินของหวานมากขนาดไหนกว่าจะดุได้ขนาดนั้น)

ก็เอาเป็นว่า วิธีการนี้ไม่ได้ผล (หรืออาจจะได้ผล แต่เรานำมาใช้ผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย)
คงต้องหาวิธีการอื่นต่อไป

หากลูกศิษย์ลูกหาคนไหนได้มาอ่าน ก็ขอให้เข้าใจว่าอาร์ทตัวแม่จะพยายามทำความเข้าใจอาร์ทขั้นเทพอย่างพวกเราก็แล้วกัน

เมพขิงๆ :)
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-08-31

บางกอกแดนจรัส หรือ Bangkok Dangerous

สุดจะบรรยาย

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเหตุบ้านการเมืองมันแสนจะวุ่นวาย เรื่องราวของชาติมันทำให้หนึ่งสมองสองมือของเรามันตื้อไปหมด ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากอ่านข่าว ไม่อยากดูโทรทัศน์ ไม่อยากฟังบทสนทนา ที่หันไปทางไหนประเด็นที่คุยมันก็มีอยู่เรื่องเดียว

ท่าจะเป็นเอามาก



สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ บอกให้รู้ว่า คนไทยอย่างเราๆ ควรจะจับมือกัน ผลักดันให้ประเทศก้าวสู่ความก้าวหน้าไม่ใช่ไม่ใช่ฟาดฟันพวกเดียวกันลงปากเหว


ช่วยกันเปลี่ยนแบงคอกแดนเจอรัส ให้กลับมาเป็น บางกอกแดนจรัสกันดีกว่า

นะคะท่านสมาชิก(ที่คิดว่าตัวเองเป็น) ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-08-05

ตรวจข้อสอบ

ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่อยากจะให้ศิษย์รักได้มีการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย และประกอบกับความบ้าพลังของตัวเอง

จึงตัดสินใจออกข้อสอบแบบอัตนัย (รู้จักกันใช่ไหมคะ - ออกข้อสอบแบบข้อเขียน)

สอนสามวิชา ออกข้อสอบข้อเขียนวิชาละประมาณ 6 ข้อ
นักศึกษาที่เรียน ตกวิชาละ180 คน

ก็ลองคูณกันเองนะคะ ว่าดิชั้นจะต้องตรวจข้อสอบทั้งหมดกี่ชุด และกี่ข้อ..เฮ่อ (รำพึงกับตัวเอง..อีบ้า)

อยากจะบอกศิษย์ทุกคนที่แช่งชักหักกระดูกว่าอาจารย์ออกข้อสอบโหดหว่ะ ยากหว่ะ เยอะหว่ะ ฯลฯ
บัดนี้ผลของการสาบแช่ง ได้ตกลงมาสู่ข้าพเจ้าเป็นที่เรียบร้อย

ผ่านมาเกือบอาทิตย์ วิชาแรกยังตรวจไม่เสร็จเลยค่ะ

นี่หล่ะน้า ...ดาบนั้นคืนสนอง
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-07-10

Chindia rocks the world

เปิดดูคร่าวๆ ในหนังสือ Chindia : How China and India are revolutionizing Global Business ที่เขียนและเรียบเรียงใหม่โดยนักเขียนประจำของ BusinessWeek, Pete Engardio

ยังไม่ได้สรุปความทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้มา คือ ความน่ากลัวของความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของสองประเทศว่าที่มหาอำนาจใหม่ของโลก จีนและอินเดีย

เพิ่งรู้ว่าแต่ก่อนสองประเทศนี้มีความขัดแย้งกันทางการเมืองมาก่อน แล้วก็ได้เห็นผู้เขียนวิเคราะห์การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ทั้งสองทำได้ในรูปแบบที่ต่างกัน

อีกเรื่องคือ อินเดียจะเป็นใหญ่ในเรื่องของ Software ในขณะที่จีนจะเชี่ยวชาญใน Hardware

อ่านไปอ่านมาก็นึกในใจ แล้วไทยหล่ะ

เราคงจะเป็นผู้ชำนาญ Nowhere :)

เศร้าดีไหมนี่
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-06-10

ความคิดเห็น-เด็กๆ

เปล่าค่ะ
ไม่ได้หมายความว่า ความคิดเห็นเหล่านี้ เป็นเรื่องเล็กๆ ไม่สำคัญ แต่"เด็กๆ" ที่ว่า คือความคิดเห็นที่เราได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาช่วยกันนำเสนอรูปแบบการเรียนการสอนที่ "พวกเขา" ต้องการ

ลองมาดูบางส่วนกันนะ ว่าเค้าเสนออะไรกันมาบ้าง จริงๆ เขียนกันมาเยอะมาก แต่บางความต้องการก็เหลือเกินจริงๆ (สีชมพูในวงเล็บคือความเห็นแทรกแบบขำๆของเราเองค่ะ :))

- อยากเรียนแบบ เข้าใจง่ายๆ สนุกๆ
- อยากให้เล่าเรื่องประกอบเนื้อหา ทำให้นักศึกษาไม่เครียด ไม่ง่วง (เธอจ๋า เธอจะรู้กันบ้างหรือเปล่าว่าชั้นนะต้องเครียดขนาดไหน ในการจะหาเรื่องมาเล่าแล้วทำให้พวกเธอไม่ง่วง ไม่เครียด)
- อยากให้อาจารย์รักลูกศิษย์มากๆ ให้คะแนนนักศึกษาที่มีความตั้งใจทำงานมากๆ ให้คะแนะนำอย่างละเอียดเมื่อนักศึกษาไม่เข้าใจ ไม่ขึ้นเสียงกับนักศึกษา (อ่ะนะ ดิชั้นไม่ใช่อีตาคาวี หรือนายหัวหฤษฏิ์นะ จะได้มาขึ้นเสียงและตบจูบ) และตอบอย่างไม่ดูดายว่านักศึกษาจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจในงานที่สั่ง (หนูเป็นนักเรียนหรือนักเขียนบทละครหลังข่าวกันแน่คะ แต่ค่ะ จะพยายามค่ะ)
- สอนไม่เครียด Relax (เดี๋ยวหนหน้าป้าจะนุ่งกางเกงเล รองเท้าแตะมาสอน จะได้ดูรีเล็กซ์กันให้สุดๆไปเลย) ปล่อยเร็วๆ (มีเรียนต่อ) และบอกแนวข้อสอบ
- เป็นกันเอง สนุก ครึกครื้น รายงานไม่ต้องเยอะ เทอมละเล่มก็พอ (ได้ค่ะ แต่เล่มละ 150 หน้านะ) มีการยกตัวอย่างในชีวิตประจำวันมาสอน (อะไรในชีวิตประจำวันที่พวกเธอต้องการทราบคะ วิธีการอาบน้ำแปรงฟัน หรือการทอดไข่ดาวไม่ให้ไหม้)
- มีชีส (เนยแข็ง?? - จริงๆ น่าจะเป็นชีท หรือ ชีทส์นะคะคุณ) มาแจกนักศึกษา
- อยากให้อาจารย์ใจดี (แล้วตอนนี้ชั้นใจร้ายหรือยังไงคะ) ออกข้อสอบง่ายๆ
- มีการทำแบบฝึกหัดในห้องเรียน (ได้ค่ะ แล้วจะเพิ่มการคัดลายมือ และท่องสูตรคูณในชั้นเข้าไปด้วย เสร็จแล้ว กินนม ล้างหน้า ทาแป้งนอนกันต่อเลย)
- ให้บรรยายตามสไลด์ และเพิ่มเติมประสบการณ์ของอาจารย์ (อายุยังน้อย อ่อนด้อยประสบการณ์)
- ยกตัวอย่างให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน หรือใช้สื่อเพื่อที่จะทำให้เข้าใจได้ง่าย จะทำให้นักศึกษาเข้าใจถึงเนื้อหาที่สอนได้ง่ายขึ้น
- ให้แบบฝึกหัดก่อนสอบกลางภาคและปลายภาคเป็นแนวทาง
- ไม่ต้องมีเช็คชื่อ ปล่อยเกรดเยอะๆ มีแต่ A, B+, B, C+ (เอ่อ คุณคะ ถ้าแบบนั้นไม่ต้องมาเรียนไม่ต้องมาสอนจับสลากให้เกรดไปเลยดีไหม)
- ไม่อยากให้มีงานกลุ่ม ไม่อยากรายงานหน้าห้อง ไม่ชอบตอบคำถามแต่ชอบฟัง (อืม..เอาใจยากนะคะคุณ)
- มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักศึกษา (ชอบมากค่ะ แต่เพื่อนข้างบนว่าไงคะ)
- เวลานักศึกษามีปัญหาขอให้คุยและซักถามได้ตลอด (ค่ะ ยกเว้นเวลาสอบที่ไม่อนุญาตให้ถามค่ะ)
- อยากให้อาจารย์ entertain นักศึกษาได้ เพราะช่วงบ่ายจะง่วงมาก ให้อาจารย์ส่งเอกสารประกอบเข้าอีเมล์นักศึกษา และอยากให้อาจารย์พูดภาษาอังกฤษเยอะๆ
- อย่าสอนแบบวิชาการมากเกินไป ให้สอนให้เข้าใจง่าย และสนุก (ความคิดเห็นประมาณนี้มีเยอะมาก)

ค่ะ ก็รับฟังทุกความคิดเห็นของพวกเรานะคะ แล้วจะพยายามทำในสิ่งที่ทำได้ ส่วนบางความต้องการที่ฝืนจุดยืนของตัวเองก็ต้องขออนุญาตไม่ทำตาม แต่ก็ได้ชี้แจงทุกคนไปแล้วนะคะว่า สิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-05-24

ตามหาคนหาย



ขอนอกเรื่องเล็กน้อย

คิดถึงน้ามู..
หลังจากที่ UCL นัดชิงชนะเลิศเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการเอาเมื่อตอนรุ่งเช้าของวันที่ 22 พฤษภาคม และแน่นอน "แพ้เป็นพระ ชนะเป็นแชมป์" แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ภูมิใจเสนอปฏิบัติการโกงความตายอีกรอบ จนสามารถช่วงชิงถ้วยหูใหญ่มาครอบครองได้เป็นใบที่ 3 (ซึ่งเป็นใบที่สองในการคุมทีมของกุนซือ (มิใช่กุนเชียง) ป๋าอเลกซ์ของเรา) ดีใจมาก ตื้นตันใจก็มาก

แต่วันนี้ ความรู้สึกนั้นมันถูกมาทดแทนด้วยคำถามที่ว่า "น้ามูอยู่ไหน" (พยายามทำเสียงให้เหมือนกับคุณจาพนมเล็กน้อย)

อ่านข่าวแว่วๆว่า มูรินโญ่กำลังโดนทาบทามให้ไปเดินแบบแถวๆมิลาน อันนี้ไม่รู้ว่าจะจริงเท็จกันประการใด

ใครพบเห็น โปรดส่งข่าว

คนมันคิดถึง

Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo