2552-02-12

การเปลี่ยนแปลง

เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกแล้วครับทั่น!
โผโยกย้ายนายตะหาน จากโหรดัง อาจารย์อินทร์ เป็นจริงนะครับพี่น้อง

ในที่สุด เราก็ไม่พลาดที่จะกลายเป็นเป้า! ทั้งที่ก็ไม่ได้อยู่นิ่งแล้วนา

เปิดศักราชใหม่ ไม่ทันไรก็ได้รับแจ้งงจากทางหัวหน้าใหม่ ว่าจะต้องไปทำงานหน้าที่ใหม่ ตั้งแต่ล้างห้องน้ำยันต้อนรับแขก ก็น้อมรับด้วยความตำใจ (เต็มใจ หรือจำใจยังไม่แน่ใจ)

หวังว่าบุญเก่าที่ได้สะสมมา จะช่วยให้เราทำงานได้ตลอดรอดฝั่ง
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-10-05

ข้อดี ข้อเสีย ข้อเดียวกัน

หนึ่งในความภาคภูมิใจของตัวเอง คือ มีนิสัยรักการอ่าน

ต้องขอบคุณพ่อแม่ และบุคคลรายรอบ ที่เอื้อต่อการปลูกฝังนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เล็กๆ โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาคือหนังสือที่เปี่ยมไปด้วยสาระ "ขายหัวเราะ"

เป็นแฟนที่เหนียวแน่นของขายหัวเราะ (อย่างเดียวนะคะ มหาสนุก เบบี้ หนูจ๋า ไม่ใช่สไตล์ของเรา) อ่านมาตั้งแต่จำความได้ เมื่อก่อนแม่จะขายของในตลาดสด (แน่หล่ะ เราเป็นลูกแม่ค้า) ลูกของเจ้าของตลาดเป็นผู้บริหารโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ด้วยความมีวิสัยทัศน์ คุณครูคนนี้ก็เปิดร้านขายหนังสือ เป็นแผงเล็กๆ อยู่ในบ้าน

เราก็เป็นลูกค้าที่เหนียวแน่น จนตอนหลังขยับไปเป็นเด็กเฝ้าร้าน อาจด้วยความที่เขาไว้ใจ ก็เลยได้ไปนั่งอ่านหนังสือฟรี (โดยต้องเฝ้าร้านให้เค้าเป็นการแลกเปลี่ยน) เป็นภาระงานที่ไม่มีพันธะผูกพันให้ต้องเจ็บปวด (ฮ่าฮ่า) ตราบใดที่ยังเฝ้าร้านให้ เราก็จะมีอำนาจในการเลือกหยิบหนังสือได้ตามต้องการ

หากใครที่อ่านหนังสือมากๆ จะเข้าใจว่า เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ความเร็วในการอ่านหนังสือจะเพิ่มขึ้น จนรู้ได้ว่า ต้องวางสายตาตรงไหนเพื่อจะจับความในหนังสือได้อย่างรวดเร็ว

ไม่เคยเทียบวัดความเร็ว แต่แทบทุกคนที่รู้จักจะบอกว่าเราเป็นคนอ่านหนังสือเร็วมาก


น่าอิจฉาใช่ไหม?


แต่อย่าเลย เพราะความที่อ่านเร็ว ก็เหมือนรถที่วิ่งไปสู่จุดหมายปลายทางได้เร็วกว่าคนอื่น หรือเทียบให้เห็นภาพ คือ อ่านหนังสือ ด้วยความเร็วเท่ากับคนที่นั่งเครื่องบินไปเชียงใหม่ เมื่อเทียบกับคนอื่นที่อาจจะขับรถหรือว่านั่งรถไฟไป

แล้วมันแย่ตรงไหน?

ก็ไม่ได้แย่มากมาย แต่หลายครั้ง ทำให้เราพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในหนังสือไป

ถ้าอ่านนิยาย อ่านจบก็จะได้ความว่าเรื่องเป็นแบบไหน แต่บางทีจำชื่อพระเอกนางเอกไม่ค่อยจะได้

อ่านบทความ ก็จะรู้ว่าพูดเรื่องอะไร แต่รายละเอียดปลีกย่อย จำไม่ค่อยได้แล้ว

ปัญหาก็คือ เป็นครูบาอาจารย์ ข้อมูลต้องแน่น..

ทำให้ต้องลดความเร็วในการอ่านลง เพื่อเก็บรายละเอียดให้แม่นยำ


อีกเรื่องคือ เรื่องบางเรื่องที่อ่านไปแล้ว บางครั้งต้องทำใจ อ่านซ้ำๆ

ไอ้การทำซ้ำ เป็นสิ่งที่ฝืนความรู้สึกมากๆ ในตอนแรก เพราะเราเป็นประเภท จบแล้วจบเลย อ่านเล่มนี้จบไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะได้มีโอกาสมาอยู่ในอุ้งมือเราอีก


แต่ตอนนี้ต้องพยายามทำ

แต่ฝึกแล้วก็รู้สึกดี

บางเรื่อง เราคิดว่าเราอ่านแล้วเข้าใจสิ่งที่อ่าน พอไปอ่านอีกครั้ง ความเข้าใจที่มีในเรื่องเดิมจะลึกขึ้น ตีประเด็นได้ชัดเจนมากขึ้น


เคยฟังวิทยากรท่านหนึ่งที่มาบรรยายที่คณะ แล้วบอกว่า ข้อดีที่สำคัญของการเป็นอาจารย์ คือ การที่มีคนมาจ้างให้เราอ่านหนังสือ!


ใช่เลยค่ะ การอ่านเป็นน้ำหล่อเลี้ยง และก่อให้เกิดความชุ่มชื่นแก่ชีวิต เป็นตัวสร้างจินตนาการ และเป็นภูมิคุ้มกันที่จะทำให้เราพร้อมที่จะก้าวเดินในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยความมั่นใจ


สำหรับคนที่ได้อ่านเรื่องราวของเราในวันนี้

ท่านทำให้อัตราการอ่านหนังสือของคนไทยมีค่าเฉลี่ยทีดีขึ้นแล้ว

ขอบคุณค่ะ

ป.ล. ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาฯ ปี 2550 คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยวันละ 12 บรรทัด หรือ ปีละ สองเล่ม!


Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-09-25

THINK OUTSIDE THE BOX

(sources: forwarded mail)

You are driving along in your car on a wild, stormy night, it's raining heavily, when suddenly you pass by a bus stop, and you see three people waiting for a bus: An old lady who looks as if she is about to die. An old friend who once saved your life. The perfect partner you have been dreaming about.

Which one would you choose to offer a ride to, knowing very well that there could only be one passenger in your car?

This is a dilemma that was once used as part of a job application.
You could pick up the old lady, because she is going to die, and thus youshould save her first; or you could take the old friend because he once saved your life, and this would be the perfect chance to ! pay him back. However, you may never be able to find your perfect mate again.

The candidate who was hired had no trouble coming up with his answer.
Guess what was his answer?


He simply answered:"
I would give the car keys to my old friend and let him take the lady to the hospital. I would stay behind and wait for the bus with the partner of my dreams."


Sometimes, we gain more if we are able to give up our stubborn thought limitations. Never forget to "Think Outside the Box."
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-09-23

Good cop/Bad cop

เคยได้ยินเรื่องตำรวจดีตำรวจเลวไหมคะ
ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องการสืบสวนสอบสวนสักเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ CSI: New York ก็เลยจะได้ยินบ่อยๆ เวลาตำรวจต้องพยายามเค้นเอาความจริงจากผู้ต้องสงสัย เค้าก็มักจะมอบหมายให้ตำรวจสองคนมาสอบปากคำ คนแรกก็จะมาแนวซอฟท์อะคูสติก เกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายยอมคายสิ่งที่เก็บซ่อนไว้ หากไม่ได้ผล เค้าก็จะเดินออกไป แล้วสักพัก ตำรวจอีกนายก็จะมาแนวฮาร์ดคอร์ ระเบิดโทสะ เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยตกอยู่ในความกลัวแล้วยอมสารภาพ

ด้วยความที่ดูซีรี่ส์จนอินเข้าไปในเส้นเลือด..
ดิฉันก็เลยพยายามปรับมาใช้ในห้องเรียน

ผลหรือคะ

คอมเมนท์กระจาย

ด้วยความที่ภาพพจน์เป็นคนจิตใจอ่อนโยน ไม่เคยโกรธใคร อารมณ์เย็น รักเด็ก และเหมือนไม่มีพิษสงอยู่ในตัว (ไม่ทราบว่าบุคลิกนี้ได้มาเมื่อไหร่) แต่ด้วยความมุ่งหวังที่จะใช้เทคนิคจิตวิทยา อาศัยสถานการณ์ตึงเครียด เพื่อให้เด็กรู้สึกกดดันและพยายามขวนขวายใฝ่รู้

แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

ก็ไม่ถึงขนาดไปทำลายคุณค่าของนักศึกษา แต่ทำให้พวกเค้าคิดว่าเราเป็น อาร์ทตัวแม่ (ขอบคุณคุณโน้ตอุดมที่บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมาในเดี่ยว 7) บ้างก็ว่าอาจารย์อารมณ์แปรปรวน (หารู้ไม่ว่าดิฉันต้องบิวท์อารมณ์ และกินของหวานมากขนาดไหนกว่าจะดุได้ขนาดนั้น)

ก็เอาเป็นว่า วิธีการนี้ไม่ได้ผล (หรืออาจจะได้ผล แต่เรานำมาใช้ผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย)
คงต้องหาวิธีการอื่นต่อไป

หากลูกศิษย์ลูกหาคนไหนได้มาอ่าน ก็ขอให้เข้าใจว่าอาร์ทตัวแม่จะพยายามทำความเข้าใจอาร์ทขั้นเทพอย่างพวกเราก็แล้วกัน

เมพขิงๆ :)
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-08-31

บางกอกแดนจรัส หรือ Bangkok Dangerous

สุดจะบรรยาย

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเหตุบ้านการเมืองมันแสนจะวุ่นวาย เรื่องราวของชาติมันทำให้หนึ่งสมองสองมือของเรามันตื้อไปหมด ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากอ่านข่าว ไม่อยากดูโทรทัศน์ ไม่อยากฟังบทสนทนา ที่หันไปทางไหนประเด็นที่คุยมันก็มีอยู่เรื่องเดียว

ท่าจะเป็นเอามาก



สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ บอกให้รู้ว่า คนไทยอย่างเราๆ ควรจะจับมือกัน ผลักดันให้ประเทศก้าวสู่ความก้าวหน้าไม่ใช่ไม่ใช่ฟาดฟันพวกเดียวกันลงปากเหว


ช่วยกันเปลี่ยนแบงคอกแดนเจอรัส ให้กลับมาเป็น บางกอกแดนจรัสกันดีกว่า

นะคะท่านสมาชิก(ที่คิดว่าตัวเองเป็น) ผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-08-05

ตรวจข้อสอบ

ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจที่อยากจะให้ศิษย์รักได้มีการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทย และประกอบกับความบ้าพลังของตัวเอง

จึงตัดสินใจออกข้อสอบแบบอัตนัย (รู้จักกันใช่ไหมคะ - ออกข้อสอบแบบข้อเขียน)

สอนสามวิชา ออกข้อสอบข้อเขียนวิชาละประมาณ 6 ข้อ
นักศึกษาที่เรียน ตกวิชาละ180 คน

ก็ลองคูณกันเองนะคะ ว่าดิชั้นจะต้องตรวจข้อสอบทั้งหมดกี่ชุด และกี่ข้อ..เฮ่อ (รำพึงกับตัวเอง..อีบ้า)

อยากจะบอกศิษย์ทุกคนที่แช่งชักหักกระดูกว่าอาจารย์ออกข้อสอบโหดหว่ะ ยากหว่ะ เยอะหว่ะ ฯลฯ
บัดนี้ผลของการสาบแช่ง ได้ตกลงมาสู่ข้าพเจ้าเป็นที่เรียบร้อย

ผ่านมาเกือบอาทิตย์ วิชาแรกยังตรวจไม่เสร็จเลยค่ะ

นี่หล่ะน้า ...ดาบนั้นคืนสนอง
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo

2551-07-10

Chindia rocks the world

เปิดดูคร่าวๆ ในหนังสือ Chindia : How China and India are revolutionizing Global Business ที่เขียนและเรียบเรียงใหม่โดยนักเขียนประจำของ BusinessWeek, Pete Engardio

ยังไม่ได้สรุปความทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้มา คือ ความน่ากลัวของความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของสองประเทศว่าที่มหาอำนาจใหม่ของโลก จีนและอินเดีย

เพิ่งรู้ว่าแต่ก่อนสองประเทศนี้มีความขัดแย้งกันทางการเมืองมาก่อน แล้วก็ได้เห็นผู้เขียนวิเคราะห์การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ทั้งสองทำได้ในรูปแบบที่ต่างกัน

อีกเรื่องคือ อินเดียจะเป็นใหญ่ในเรื่องของ Software ในขณะที่จีนจะเชี่ยวชาญใน Hardware

อ่านไปอ่านมาก็นึกในใจ แล้วไทยหล่ะ

เราคงจะเป็นผู้ชำนาญ Nowhere :)

เศร้าดีไหมนี่
Add To Google BookmarksStumble ThisFav This With TechnoratiAdd To Del.icio.usDigg ThisAdd To RedditTwit ThisAdd To FacebookAdd To Yahoo