บอกกันหรือยัง ว่าตั้งแต่เมื่อพฤษภาที่ผ่านมา เราก็ทำตัวเป็นนักศึกษาอีกรอบ
แถมเป็นเด็กโปรแกรมนานาชาติซะด้วย!
ก็จะอะไรกันเล่า ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าน้องชายตัวดี (จริงๆ ตามศักดิ์จะถือเป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่เพราะคนไทย เราเรียกลูกป้า ลูกอา ลูกน้า ลูกลุง ว่า "พี่" "น้อง" ก็เลยไล่ลำดับกันไม่ค่อยจะตรงกับความจริงเท่าไหร่) ทำไงได้ ก็เกิดมาเป็นคนไทยในครอบครัวขยายนี่นา :-)
นอกเรื่องประจำ
อาจารย์ของน้อง ให้งานน้อง ในช่วง Prep. course (English intensive program) พอมีปัญหา พ่อเจ้าประคุณก็จะแวะมาถามไถ่
เราก็ต้องเลือก ระหว่างการเป็นอาจารย์ที่ดี กับการเป็นพี่ที่่รักน้อง
แรกๆ ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน เพราะความเป็นอาจารย์ เราก็คงไม่สามารถเข้าไปก้าวก่าย หรือไปอาจหาญสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษาได้
แต่ความเป็นพี่ น้องมันมาหา มาขอความช่วยเหลือ แถมยาย น้าชาย น้าสะใภ้ และแทบทุกคนที่บ้านก็ยังคาดหวังและมอบหมายให้เราเป็นผู้ดูแลด้านการอำนวยความสะดวกทางการศึกษาให้กับน้อง
เกาหัวแกรกๆ และคิดในใจ ทำไงดีฟะตรู (ตบปากตัวเอง 1 ที)
ตัดสินใจ บอกน้องไปตามความเป็นจริงๆ ว่า ถ้ามีคำถาม มาปรึกษาได้ แต่ไม่สามารถบอกทุกอย่างได้ การบ้านได้รับมอบหมาย เจ้าตัวต้องทำมาก่อน ยินดีตรวจทาน แต่คำตอบสุดท้ายคืออาจารย์ หากสงสัยอะไรให้ถามอาจารย์ผู้สอน
และก็น่ายินดี ที่น้องเราก็ตั้งใจเรียน และขยันทำงานส่งอาจารย์ :-)
วันนี้ มี assignment ที่ต้องทำส่งทาง wikispaces .. น้องก็ถามเราว่าคืออะไร
เคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่ไม่เคยใช้บริการ
ก็เลยลองเข้าไปดู
และพบว่าก็น่าสนใจเหมือนกัน
ถ้ารู้จักก่อนหน้านี้ อาจจะให้นักศึกษาทำโปรเจ็คท์ผ่าน wiki (แต่ไม่ดีกว่า เพราะรูปแบบของงานเขียนมันไม่เหมือนกัน)
เดี๋ยวหากมีเวลา จะลองหาข้อมูลเพิ่มเติม
-----------
วันนี้หลังจาก UP! แล้วก็ไปแวะร้านหนังสือ
มีหนังสือพวก how to สำหรับโปรแกรมน่าสนใจเยอะแยะเลย
สงสัยต้องทยอยสั่งเข้าห้องสมุด
2552-06-15
2552-06-13
Globalization Index
มีหน่วยงานสองแห่งหลักๆ ที่ได้จัดทำการจัดอันดับความเป็น โลกาภิวัตน์ ของประเทศไว้ โดยมีมิติที่พิจารณาคล้ายๆ กัน (แต่ก็แตกต่างกันในรายละเอียด)
องค์กรแรกจัดทำดัชนีชื่อ KOF Globalization Index และอีกแห่ง ชื่อ A.T. Kearney/Foreign Policy Magazine : Globalization Index
สำหรับ KOF Swiss Economic Institute ได้มีส่งข่าวประชาสัมพันธ์การจัดอันดับต่อสื่อมวลชน (Press Release) ล่าสุดเมื่อ มกราคม 2009 โดยมีมิติที่วัด 3 ด้านคือ เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม และลึกลงไปในรายละเอียด 24 ตัวแปร

ซึ่งการจัดอันดับดังกล่าว (KOF) ประเทศที่มีดัชนีโลกาภิวัตน์สูงสุดสำหรับปี 2009 คือ ประเทศ เบลเยี่ยม และตามมาด้วย ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอแลนด์
ล่องไปเรื่อย
เคยเป็นไหม
ตั้งใจจะทำอะไรอย่างหนึ่ง แล้วมันก็พาเราไปสู่อีกอย่าง และอีกอย่าง แล้วสุดท้ายเตลิดเปิดเปิงไปเรื่อย จนจำไม่ได้ว่าจริงๆ จะทำอะไรกันแน่ :-)
เกิดแบบนี้กับเราเป็นประจำ

วันนี้กำลังจะสรุป Globalization Index ให้กับนักศึกษา เปิดไปเจอรูปกวนๆ รูปหนึ่ง ที่เกี่ยวกับ Social Networking Site
ได้มาจากเพื่อนรุ่นน้องที่กำลังทำดุษฎีนิพนธ์อยู่ที่อเมริกา
เจ้าตัวได้ภาพมาจาก Outnext by Steph & Alek ก็เลยลองจิ้มเข้าไปดู Outnext เป็น Online Meganize ด้านการออกแบบ เนื้อหาก็ค่อนข้างน่าสนใจ
อ่านต่อไป ก็พบว่ารูปที่ว่า มีที่มาจาก Despair, Inc อะไรของเค้า To despair = To give up as beyond hope หรือแปลเป็นไทยว่า "สิ้นหวัง"
บริษัทอะไร ชื่อเป็นมงคลมาก!!
แต่พอคลิกไปอ่านจริงๆ แล้ว ก็ต้องทึ่งในไอเดีย เพราะเจ้าของเค้าทำเว็บขายเสื้อยืดสกรีนลงไปด้วยไอเดีย (ที่ส่วนมากจะเป็นไอเดียเกี่ยวกับการล้อเลียนพวก Net Savvy) ตลกดี บางมุขก็เป็นพวกคำคมแบบหักมุม
เช่น








ตั้งใจจะทำอะไรอย่างหนึ่ง แล้วมันก็พาเราไปสู่อีกอย่าง และอีกอย่าง แล้วสุดท้ายเตลิดเปิดเปิงไปเรื่อย จนจำไม่ได้ว่าจริงๆ จะทำอะไรกันแน่ :-)
เกิดแบบนี้กับเราเป็นประจำ

วันนี้กำลังจะสรุป Globalization Index ให้กับนักศึกษา เปิดไปเจอรูปกวนๆ รูปหนึ่ง ที่เกี่ยวกับ Social Networking Site
ได้มาจากเพื่อนรุ่นน้องที่กำลังทำดุษฎีนิพนธ์อยู่ที่อเมริกา
เจ้าตัวได้ภาพมาจาก Outnext by Steph & Alek ก็เลยลองจิ้มเข้าไปดู Outnext เป็น Online Meganize ด้านการออกแบบ เนื้อหาก็ค่อนข้างน่าสนใจ
อ่านต่อไป ก็พบว่ารูปที่ว่า มีที่มาจาก Despair, Inc อะไรของเค้า To despair = To give up as beyond hope หรือแปลเป็นไทยว่า "สิ้นหวัง"
บริษัทอะไร ชื่อเป็นมงคลมาก!!
แต่พอคลิกไปอ่านจริงๆ แล้ว ก็ต้องทึ่งในไอเดีย เพราะเจ้าของเค้าทำเว็บขายเสื้อยืดสกรีนลงไปด้วยไอเดีย (ที่ส่วนมากจะเป็นไอเดียเกี่ยวกับการล้อเลียนพวก Net Savvy) ตลกดี บางมุขก็เป็นพวกคำคมแบบหักมุม
เช่น
- Don't Be Afraid - I'm Right Behind You แล้วก็มีตัวเล็กๆ ต่อว่า using you as a shiled
- END CORRUPTION ต่อด้วย or at least let me participate in it
และชอบมากคือ Company's slogan: CLOTHES MAKE THE MAN.THESE CLOTHES MAKE THE MAN SAD.
สำหรับรูปที่โชว์ข้างบน เป็นการวิเคราะห์ว่าพวกที่เป็นสาวก Social Networking Site จะมีความบกพร่องทางพฤติกรรม โดยยกตัวอย่างไซต์ที่โด่งดังระดับนานาชาติ(ขอย้ำระดับนานาชาติ เลยไม่มี hi5 เข้ามาเจือปน) ว่าจะเป็นพวกที่มีความบกพร่อง ส่วนบกพร่องเรื่องอะไร เค้าก็ทำเป็นสามมิติ- พฤติกรรมสมาธิสิ้น AHAD = Attention Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD)
- การหลงตัวเอง = Narcissism
- การแอบติดตามคนอื่นอย่างลับๆ = Stalking
แล้วก็ไปเชื่อมกับพวกใช้เว็บว่า แต่ละเว็บเป็นอย่างไรบ้าง
ข่าวดีก็คือ ใครที่เป็นแฟน twitter คุณกำลังมีอาการผิดปกติทั้งสามประการ
2552-06-07
Fun with Blogs
วันอาทิตย์ อยู่บ้านทั้งวัน เตรียมสอน
เพื่อนๆ ถามว่าไม่ออกไปไหนหรือ .. คำตอบคือ ไม่ไปค่ะ
มีเวลาออนไลน์ ด้วยคอนเนคชั่นที่ห่วยๆ (จะโทษใครก็ต้องโทษตัวเราเอง) ใช้เวลานานมาก กว่าจะเช็คงานนักศึกษาแต่ละชิ้นได้ เฮ้อ...
นักศึกษามีความคืบหน้ากันหลายคน บางคนก็เริ่มลงมือเขียยนบล็อคเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว อ่านไปก็ดีใจไป เพราะเห็นมีหลายคนเหมือนกันที่ชอบการให้ออกไปแนะนำตัวหน้าชั้น (ตอนแรกที่คิดก็แอบหวั่นใจว่าเด็กๆ จะให้ความร่วมมือกันหรือเปล่า) บางคนก็บอกว่า ออกไปหนนี้ทำให้รู้จักเพื่อนๆ มากขึ้น บางคนมีนัยยะแอบแฝงบอกว่าทำให้ได้รู้ชื่อคนที่แอบชอบ และบางคนก็เห็นประโยชน์แท้จริงๆที่ซ่อนอยู่ว่า การที่ให้พวกเราได้สกัดกั้นกำแพง แล้วเข้าหาคนที่เราไม่คุ้นเคย จะเป็นประโยชน์แค่ไหน ในอนาคต
ส่วนหลายคนก็ชอบอกชอบใจที่ได้มีการเรียนรู้ผ่านการทำบล็อค (เราก็ดีใจด้วยเหมือนกัน) ถือว่านี่เป็นการแหวกกฎการเรียนการสอนแบบเก่า ที่ให้ผู้เรียนและผู้สอนได้เกิดความร่วมมือแบบ Interactive Collaboration
ครั้้งแรก ยังไม่ยากจู่โจมด้วยงานยากๆ แต่ก็ต้องให้ข้อมูลที่เพียงพอ ทั้งเรื่องโปรเจ็คท์เดี่ยว และกลุ่ม
คุยกับอ. นราธิปแล้ว เค้าเห็นด้วยเรื่องโปรเจ็คท์ที่เรานำเสนอ วันจันทร์คงเดินเรื่องเอกสารต่อไป
มีหลายคนไปหาความหมายของโลกาภิวัตน์ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ชอบมากเลย .. ขณะที่เราให้เด็กได้เรียนรู้ เราก็ได้เรียนรู้จากเค้าไปด้วย
หวังว่าคงเป็นคลาสที่สนุนสนาน (ถ้าทุกคนเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมด้วยกัน)








เพื่อนๆ ถามว่าไม่ออกไปไหนหรือ .. คำตอบคือ ไม่ไปค่ะ
มีเวลาออนไลน์ ด้วยคอนเนคชั่นที่ห่วยๆ (จะโทษใครก็ต้องโทษตัวเราเอง) ใช้เวลานานมาก กว่าจะเช็คงานนักศึกษาแต่ละชิ้นได้ เฮ้อ...
นักศึกษามีความคืบหน้ากันหลายคน บางคนก็เริ่มลงมือเขียยนบล็อคเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว อ่านไปก็ดีใจไป เพราะเห็นมีหลายคนเหมือนกันที่ชอบการให้ออกไปแนะนำตัวหน้าชั้น (ตอนแรกที่คิดก็แอบหวั่นใจว่าเด็กๆ จะให้ความร่วมมือกันหรือเปล่า) บางคนก็บอกว่า ออกไปหนนี้ทำให้รู้จักเพื่อนๆ มากขึ้น บางคนมีนัยยะแอบแฝงบอกว่าทำให้ได้รู้ชื่อคนที่แอบชอบ และบางคนก็เห็นประโยชน์แท้จริงๆที่ซ่อนอยู่ว่า การที่ให้พวกเราได้สกัดกั้นกำแพง แล้วเข้าหาคนที่เราไม่คุ้นเคย จะเป็นประโยชน์แค่ไหน ในอนาคต
ส่วนหลายคนก็ชอบอกชอบใจที่ได้มีการเรียนรู้ผ่านการทำบล็อค (เราก็ดีใจด้วยเหมือนกัน) ถือว่านี่เป็นการแหวกกฎการเรียนการสอนแบบเก่า ที่ให้ผู้เรียนและผู้สอนได้เกิดความร่วมมือแบบ Interactive Collaboration
ครั้้งแรก ยังไม่ยากจู่โจมด้วยงานยากๆ แต่ก็ต้องให้ข้อมูลที่เพียงพอ ทั้งเรื่องโปรเจ็คท์เดี่ยว และกลุ่ม
คุยกับอ. นราธิปแล้ว เค้าเห็นด้วยเรื่องโปรเจ็คท์ที่เรานำเสนอ วันจันทร์คงเดินเรื่องเอกสารต่อไป
มีหลายคนไปหาความหมายของโลกาภิวัตน์ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ชอบมากเลย .. ขณะที่เราให้เด็กได้เรียนรู้ เราก็ได้เรียนรู้จากเค้าไปด้วย
หวังว่าคงเป็นคลาสที่สนุนสนาน (ถ้าทุกคนเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมด้วยกัน)
2552-06-05
วันแรกของภาคนี้
เริ่มสอนวันแรก
เทอมนี้สอนนักศึกษาเฉพาะที่รังสิต วันศุกร์
วันแรก ยังไม่อยากให้นักศึกษาตื่นตระหนกตกใจ :D ก็เลยเบาๆ ไปก่อน
ให้นักศึกษารู้จักกันด้วยกิจกรรม Getting to Know Each Other
ตามด้วยการอธิบาย Course Syllabus และ Outline
จากนั้นจึงนำเข้าสู่บทเรียน
และก็ปิดท้ายด้วยคำแนะนำในการทำ Project และ Individual Assignment ที่ให้นักศึกษาเขียนบล็อค IB321 เป็นของตัวเอง
เพื่อความยุติธรรม เลยต้องร่วมกันเขียนกับนักศึกษาด้วย








เทอมนี้สอนนักศึกษาเฉพาะที่รังสิต วันศุกร์
วันแรก ยังไม่อยากให้นักศึกษาตื่นตระหนกตกใจ :D ก็เลยเบาๆ ไปก่อน
ให้นักศึกษารู้จักกันด้วยกิจกรรม Getting to Know Each Other
ตามด้วยการอธิบาย Course Syllabus และ Outline
จากนั้นจึงนำเข้าสู่บทเรียน
และก็ปิดท้ายด้วยคำแนะนำในการทำ Project และ Individual Assignment ที่ให้นักศึกษาเขียนบล็อค IB321 เป็นของตัวเอง
เพื่อความยุติธรรม เลยต้องร่วมกันเขียนกับนักศึกษาด้วย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)